Lijiang:Shangri-la#7 : อุทยานแห่งชาติ Pudacuo

อุทยานแห่งชาติผู่ต๋าชั่ว   เราต้องเหมารถจากจงเตี้ยนออกไปประมาณ 40 นาที   เส้นทางที่ไปไม่ใช่ทางเดิมที่เราไปเฟยไหลซื่อ   ระหว่างทางไปเราผ่านชุมชนหมู่บ้านทิเบต   ที่แถบนี้ (ทิเบต คาม) เลี้ยงปศุสัตว์   เช่น  หมูดำ   จามรี   แบบปล่อยให้ออกไปกินหญ้าเอง   พอตอนเย็นมันก็กลับบ้านเอง   ไม่มีใครขโมย  หรือสัตว์หนีออกจากบ้าน

คนขับรถคนนี้สุภาพแต่เวลาคุยก็เหมือนคนขับทิเบตทุกคนคือต้องหันมามองหน้า   ไม่มองทางอีกแล้ว   จนมีครั้งนึงเกือบชนครอบครัวหมูที่กำลังข้ามถนน   ทุกคนบนรถร้องลั่น   จากนั้นมาเราไม่กล้าชวนคนขับคุยอีกเลย   จนถึงอุทยาน   คนขับแนะนำให้แต่งตัวให้อุ่นกว่าอยู่ในจงเตี้ยน   เพราะอุทยานนี้อยู่สูง 3500-4000 เมตร   อากาศหนาวกว่าในเมืองมาก

จากจุดจอดรถเราต้องนั่งรถอุทยานเข้าไปด้านในต่อ   โดยรถปล่อยลงที่จุดแรกเส้นทางเดิน 2 กิโลเมตร   เส้นทางอยู่บนทุ่งหญ้า   ทางเดินทำจากไม้ต่อๆ กันไป   ทางราบเดินง่าย   หญ้าตอนนี้จากสีเขียวได้เปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลแห้งๆ ตามฤดูกาล   เลยไปมีท้องน้ำ   ทะเลสาบที่สามารถนั่งเรือข้ามไปได้   ภูเขาลูกเล็กลดหลั่นกันไป   แม้จะชื่อว่าเป็นอุทยาน   พวกเราพยายามมองหาสัตว์ตามธรรมชาติ   แต่แม้กระทั่งนกตัวเดียวยังหาไม่เจอ

 

เมื่อเดินจบเส้นทางนี้เราขึ้นรถอุทยานไปต่อยังเส้นทางที่สองระยะทาง 4.8 กิโลเมตร   เป็นทางที่สร้างจากไม้เดินผ่านทุ่งหญ้า   ท้องน้ำ   เพิ่มเติมคือต้องเดินขึ้นเนินเขาเล็กไปในเขตต้นไม้สูงบ้าง   เราเจอสัตว์อยู่บ้างแต่เป็นจามรีที่ผูกกระดิ่ง (มีเจ้าของ)   ระหว่างทางเจอกระรอก 2 ตัว   และช่วงสุดก่อนออกจากเส้นทาง   มีฝูงม้าลักษณะไม่สูงนักกำลังกินหญ้า   เราไม่คิดว่าเป็นม้าป่า

IMG_1708

 

สรุปแล้วพวกเราไม่ค่อยประทับใจอุทยานแห่งชาตินี้อาจเป็นเพราะเราผ่านหมู่บ้านหยู่เปิงที่ๆ ธรรมชาติงดงามเหมือนสวรรค์มาแล้ว   เมื่อเรามาเจอสถานที่ๆ จัดสรรเพื่อเป็นแหล่งท่องเที่ยว   เราจึงไม่รู้สึกอะไร   ค่าเข้าอุทยานนี้ยังแพงกว่าหยู่เปิงมากๆ ใช้เวลาเดินทั้งหมดเพียง 3 ชั่วโมง   อย่างไรก็ดีที่นี่เราสามารถพาผู้ใหญ่   หรือเด็กๆ มาเดินชมได้   หากเดินไม่ไหวในจุดที่ 2 (4.8 กิโล) สามารถนั่งรถกลับไปที่ทางออกได้เลย   สุดท้ายควรมาช่วงฤดูร้อนมิถุนายนถึงสิงหาคม   เพราะทุ่งหญ้าจะเขียวสด   ดอกไม้บานสวยงาม (ตามคำบอกเล่า)

บทจบ

สิ่งที่เราประทับใจที่สุดในการเดินทางครั้งนี้คือการได้ท้าทายตัวเองที่หมู่บ้านหยู่เปิง   จากคนที่ไม่เคยเดินป่าเดินเขา   กลับเป็นผู้เลือกเส้นทางเดินข้ามเขา 24 กิโลเมตรภายใน 1 วัน   คนเราจะไม่มีทางรู้ขีดความสามารถของตัวเองได้เลยหากไม่ลองลงมือทำ   ลงเท้าเดิน   ก้าวข้ามผ่านคำว่า “กลัว”   “ไม่ไหว”   และ   “ทำไม่ได้”

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

w

Connecting to %s