Chongqing-Wulong-Gongtan old town ฉงชิ่ง อู่หลง กงทาน

ทริปนี้เกิดจากครั้งก่อนไป Shangri-la , Yunnan ตาม 大众点评 app ไปกินอาหารเสฉวน  แล้วอร่อยถูกปากมากกกกกกกกกก ครั้งนั้นซ้ำร้านเดียวกันไป 3 มื้อ  เจ้าของ chef เป็นคนฉงชิ่ง เลยได้พูดคุยกัน เกิดความคิดอยากไปกินเมืองต้นกำเนิดของพ่อครัวคนนี้ดูซักครั้ง ประกอบจากหลังจากนั้นมี Sale 0 Baht Airasia เลยซื้อล่วงหน้าไว้เป็นปีด้วยความอยากกิน  ทั้งที่ยังไม่รู้ว่ามีที่เที่ยวอะไร

พอใกล้ไป ( October 2015) ปรากฎหาเพื่อนไปไม่ได้ แต่ the show must go on! ภาษาจีนก้อได้ ฉงชิ่งก้อไม่ได้ใหญ่อะไร  ไปแค่ 6 วันก้อพอ  เพราะฉะนั้นนี่เป็นทริปแรกแบบค้างคืนที่เที่ยวคนเดียวค่ะ  ก่อนไปยังมีเพื่อนจีนบอกไม่อยากให้ไปเพราะฉงชิ่งเป้นเมืองมาเฟีย  ความคิดนี้น่าจะเกิดจากเรื่องของ ป๋อ ซีไหล  แต่คีย์กลับไม่คิดเหมือนเค้า  ในจีนทุกที่มีทั้งคนดีและไม่ดี  เราต้องเรียนรู้และปรับตัว  ประกอบกับประสบการณ์โดนหลอก โดนด่า โดนแซงคิว โดนๆๆ มาพอประมาณแล้ว  ไม่คิดว่าฉงชิ่งจะทำบัลลังก์ให้สะท้านได้  เดินหน้าลุยๆๆ

ขอแนะนำเบื้องต้นก่อนว่าฉงชิ่งเป็นมณฑลแยกมาใหม่  ชื่อมณฑลกับชื่อเมืองหลวงมณฑลเป็นชื่อเดียวกัน  ยังมีเมืองอีกหลายเมืองที่อยู่ในมณฑลนี้  แหล่งเที่ยวขึ้นชื่อสุดในสายตาคนจีนคือ เขื่อนสามโตรก  แต่ในสายตาคนต่างชาติ คือ อู่หลง Wulong National Geology Park (天坑地缝)  สถานที่ถ่ายทำ Transformer 4 , curse of golden flower, Hero ,…

เพราะฉะนั้น 6 วันของเรา  ต้องมีอู่หลงและหมู่บ้านโบราณซักที่แน่นอน  ส่วนสามโตรกหาข้อมูลแล้วส่วนใหญ่จะเป็นนั่งเรือเป็นวัน  เลยพยายามหาที่เวลาได้  ที่เที่ยวครบ   หลังจากปรึกษากับเพื่อนของเพื่อนที่เป็นคนฉงชิ่ง ฟูหลิงมานาน สรุปแผนการเป็นดังนี้

Chongqing city – Wulong city, 仙女山 (Xiannvshan) 2 nights – Youyang city, Gongtan old town (龚滩古镇) 2 nights นั่งเรือชมแม่น้ำ Wujiang 2.5 ชั่วโมง  เพื่อกลับ Chongqing

ก่อนเครื่องขึ้น  มีเรื่องตลกนิดหน่อยที่ว่าพอคนขึ้นเต็มแล้วรัดเข็มขัดหมด  ไฟลท์นี้คนไม่เต็ม  พอเครื่องเริ่มเคลื่อนปั้บผู้โดยสารจีนปลดเข็มขัดเดินย้ายที่เหมือนนกกระจอกแตกรัง   จนแอร์ต้องเข้ามาระงับสถานการณ์บอกให้ไปนั่งที่ก่อน ทั้งที่เครื่องกำลังเข้ารันเวย์

เมื่อเครื่องลงแล้ว  รับกระเป๋าเดินออกมาจะไปต่อสถานีรถไฟเพื่อไปอู่หลง  เจอกับกลุ่มพี่ๆคนไทยจะไปขึ้นรถไฟฟ้า อ้อ ใช่ที่ฉงชิ่งเป็นรถไฟฟ้าค่ะ (เท่าที่ได้ขึ้นนะค่ะ) เลยได้คุยกับพี่ๆเค้า  มากัน 8 คนมีพี่หลายคนเกษียณแล้วแต่ backpack ไปเฉิงตูกัน  ชอบเดินเขา  แข็งแรงมาก  เราชื่นชมคนไทยที่ไปเที่ยวจีนเองนะคะ  เข้าใจถึงความยากลำบากในด้านภาษาและต้องทำการบ้านหนักก่อนไปน่าดู  เราก้อช่วยพี่ๆเค้าซื้อตั๋วรถไฟฟ้า  เลยได้รู้ว่าสถานีรถไฟฟ้าที่ไปเฉิงตู (high speed train) กับที่ไปอู่หลงเป็นคนละที่กันค่ะ   จากสนามบินไป high speed railway station จะถึงก่อน Chongqing railway station ทีแรกแอบดีใจนึกว่าได้เพื่อนไปอู่หลงด้วยกัน T-T

ถึงสถานีรถไฟรีบไปซื้อตั๋ว คราวนี้ไม่ได้ซื้อล่วงหน้าไปเพราะก่ะเวลาไม่ถูก  ก้อดีแฮะคนไม่ได้เยอะยาวแบบที่ปักกิ่ง  รอไม่เกิน 15 นาที  ซื้อเสร็จยังพอมีเวลาเหลือเลยหาข้าวกินแถวสถานี  แดดร้อนมากแต่ลมเย็น  แวะทานก๋วยเตี๋ยวมาแล้วต้องลอง  重庆小面 ซึ่งมีหลายแบบ  เลือกแบบใส่ผักดองกับพริก  ตอนสั่งเกิดความรู้สึกแปลกใหม่  ไม่เคยเที่ยวที่ไหนของจีนแล้วถามว่าเอาแบบจืด หรือ ใส่พริก  แน่นอนสิคะ ใส่! มาเนี่ยเพื่อกินเผ็ดเลย  ที่ทานเป็นแบบไม่มีเนื้อสัตว์ก้ออร่อยค่ะ  แล้วมีหนุ่มจีนนั่งอีกโต๊ะมาชวนคุย  ปรากฎว่า… ฟังเค้าพูดแทบไม่ออกเลย  คีย์รู้มาอยู่ว่าสำเนียงจีนกลางที่นี่เพี้ยน ฟีลเดียวกับตอนไปยูนนาน   แต่นี่คือให้เค้าพูดประโยคเดิมมา 3 รอบละ  ยังฟังไม่รู้เรื่อง -_-”

ใกล้เวลารถไฟออกเตรียมไปขึ้นรถ  ปรากฏว่า……คนตรวจตั๋วก่อนขึ้นรถบอกว่า …….. ซื้อตั๋วผิดวันเป็นของวันพรุ่งนี้  กรี๊ดดดดดด  งงเกิดขึ้นได้อย่างไร  เที่ยวมากี่ครั้งไม่เคยผิดพลาด  หรือเป็นเพราะมาคนเดียวเลยวางใจเกิน  แต่เค้าบอกไม่เป็นไรถ้าจะไปขบวนนี้เสียเพิ่ม 20 Yuan แต่ที่นั่งเต็ม … ที่นั่งเต็ม!!! ต้องไปอีก 2 ชั่วโมงกว่า  แต่ก้อต้องจำยอม  ไม่งั้นต้องรอพรุ่งนี้เลย  พอขึ้นไปหาที่วางกระเป๋าแล้วด้อมๆมองๆ  แม้จะมีที่นั่งว่างแต่ไม่นั่งค่ะ  ยืนทำโทษตัวเอง  ก้อคนตรวจเค้าบอกว่าที่นั่งเต็มอ้ะ   พอรถออกคนที่นั่งคงงงว่ายืนทำไมในเมื่อที่นั่งว่าง  เลยบอกชวนให้นั่ง  เราบอกไปเราเป็นตั๋วยืน  เค้าบอกนั่งไปเถอะ  ถ้าเจ้าของที่มาค่อยว่ากัน   อ่ะ ตามเจ้าถิ่นว่าค่ะ

ระหว่างนั่ง 6 ที่นั่ง ก้อมีตัวละครเด่นคือหนุ่มข้างหน้าต่าง  คุณลุงฝั่งตรงข้าม  สาวจีนข้างๆ  นั่งพูดคุยกันด้วยจีนกลางที่คีย์ฟังไป 10 นาทีถึงรู้ว่าเป็นจีนกลางคือเสียงวรรณยุกต์มันเพี้ยนหมด  เลยไม่รู้จะเข้าแทรกหรือร่วมวงได้อย่างไร  จนกระทั่งเค้าเริ่มเงียบๆกัน  เราเลยถามเกี่ยวกับเมือง  พอเค้าเห็นเราไม่ใช่คนท้องถิ่นเลยคุยกับเราด้วยสำเนียงมาตรฐาน  ซึ่งพึงได้เรียนรู้ว่าคนฉงชิ่งที่พูดจีนกลางดีจะออกเสียงแบบลิ้นพับขึ้นเหมือนคนทางเหนือ  แต่นิดๆนะ  จนเค้าถามว่ามาทางทางใต้หรอ เลยตอบไปว่าใช่  ใต้มาก มากกว่าที่เธอคิด  และก้อเข้าประเด็นว่าเป็นคนไทย  ซึ่ง 4 ปีหลังตั้งแต่หนัง Lost in Thailand บูม  คนจีนชอบเมืองไทยและมาเที่ยวเยอะมาก  เมื่อเค้ารู้ว่าเป้นคนไทยและพูดจีนได้เค้าจะยินดีและดูแลดีมาก  คุณลุงเริ่มคุยด้วย  ลุงเคยไปเที่ยวไทยมาแล้ว  แต่ไปกับทัวร์  ชอบทะเล  ไปพัทยา  ภูเก็ตมา  เลยบอกให้ลุงไปเอง  แล้วไปพังงาสิมิลันแถบนั้นนะ  ลุงก้อจดๆ  ลุงพูดและฟังได้แต่สำเนียงท้องถิ่น  สาวจีนคนข้างๆเลยต้องมาช่วยแปลให้  พูดคุยกันถึงประวัติศาสตร์จีน  เราเลยบอกพอรู้และพูดเรื่องสามก๊ก  โดยจะเรียกตัวละครหลัก เล่าปี่ โจโฉ  แต่จีนกลางมันไม่ใช่  พยายามพูดย้ำๆให้เค้าแปลเอง  คนอื่นๆรอบข้างที่แอบฟังตั้งแต่ได้ยินว่าเป็นต่างชาติก้อเข้ามาล้อมวง  ช่วยกันแปลกันสนุกสนาน  กลายเป็นวงสนทนาระดับครึ่งขบวนรถ

เมื่อถึงสถานีค้นพบว่า อ้าวหาข้อมูลแต่จาก bus station -> Xiannvshan แล้วจะสถานีไป bus station ยังไงล่ะเนี่ย  แก๊งคุณลุงก้องง  เลยถามลุงว่าแก้งค์คุณลุงจะไปไหน  เค้าก้อบอกว่าไม่รู้ยังไม่ได้จองที่พัก  เลยสรุปว่าแกไป bus station แล้วค่อยหาที่พักแถวนั้น  เนื่องจากสะดวกเวลาขึ้นรถเข้า Wulong National Geology Park  เย้ มีคนไปด้วยแล้วเลยมอบอำนาจให้แก้งค์คุณลุงเจรจาต่อรองกับรถตู้รับจ้าง (heiche) ซึ่งจอดหลายคันรอหาแขก  สรุปจากสถานีรถไฟไป bus station 7 คน 30 Yuan  นั่งประมาณ 10 นาที   ระหว่างทางก้อเป็นเขา  ที่ตื่นตาที่สุดคือเขาว่าสูงแล้ว  ตึกยังเหมือนจะสูงกว่า  ตึกสูงเต็มตีนเขาไปหมดเลย  บดบังทัศนียภาพ  ถ้าเป็นในไทยไม่มีทางสร้างตึกสูงขนาดนั้นที่ตีนเขาได้แน่  ผิดกม.

Xiannvshan (仙女山) เป็นเขาที่มีที่เที่ยวที่คีย์เลือกไว้  รวมถึงโชว์ Wulong impression ของ Zhang yi mou  เลยเลือกมาพักที่ Xiannvshan ซึ่งสะดวกและใกล้กว่าพักในเมืองอู่หลงมาก  บนเขามีที่พักมากมายระดับหมู่ตึก   ร้านอาหารก้อมากมาย  รถจากเมืองมาถึงตึกขายตั๋วสถานที่เที่ยวอุทยานใช้เวลา 45 นาที   ลงรถที่หน้าตึกขายตั๋วแล้วโทรหาเจ้าของโรงแรม  ปรากฎขี่มอไซค์มารออยู่แล้ว  ระยะทางจากจุดขายตั๋วซึ่งเป็นจุดขึ้นรถบัสอุทยานไปโรงแรมไม่ไกล  เดินประมาณ 5 นาที   มื้อเย็นออกไปทานร้านอาหารข้างโรงแรม  ค้นพบว่าพนักงานทุกคนรู้หมดแล้วว่าเป็นคนไทย  ก้อจากคุณเจ้าของโรงแรมนั่นแหละ  ไม่ใช่แค่ระแวกโรงแรมนะ… ทั้งตำบลเลย  ทุกคนทักสวัสดีก่าาาา หมด   ตลกดี

IMG_2163
Xiannvshan รีสอร์ทเต็มเขาไปหมด  ตรงรถบัสจอดเยอะๆคือจุดขายตั๋วอุทยาน

 

สถานที่เที่ยวใน Xiannvshan (อุทยาน 武隆天坑地缝国家地质公园 / Wulong Karst national park)   ที่เลือกไปคือ

  1. 重庆武隆天生三硚 (Three Natural Bridges) มีโรงเตี๊ยมที่ถ่ายทำ curse of golden flower และ Hero
  2. 重庆龙水峡地缝 (Longsui Gorge) มีทางเดินลงไป
  3. 印象武隆 หรือ Wulong impressive  ตั๋วแนะนำให้ซื้อกับโรงแรมเพราะจะได้ราคาถูกกว่าซื้อจากอุทยานกว่าครึ่ง

เช้าตื่นมาไป Three Natural Bridges ก่อน  โดยต้องนั่งรถอุทยานจากที่ขายตั๋วไป  และลงลิฟต์ลงไปในหุบเขาที่ยุบ 100-300 เมตร  จำไม่ได้ค่ะ  อ้อก่อนลงลิฟต์สามารถไปจุดชมวิวกระจกได้  จ่ายเงินเพิ่มถ้าจำไม่ผิด 20 yuan  แล้วค่อยไปลิฟต์  เพราะทางออกเป็นอีกทางเลยค่ะ  พอลงลิฟต์มา  เจอถ้ำสะพานหิน  เพดานถ้ำสูงมากกกก ลงบันไดต่อไปก็จะเจอวิวที่เราเห็นในรูปกัน …โรงเตี๊ยม…  วิวยิ่งใหญ่อลังการมาก  จากโรงเตี๊ยมไปจะเจอมังกรของ Transformer  จะถ่ายแบบไม่มีคนหรือยากค่ะ  จีนมุงเต็ม  ใช้เวลาเดิน+ถ่ายรูปชั่วโมงกว่า  แล้วจะออกมาอีกจุดนึง  ซึ่งขึ้นรถกลับมาที่ทำการอุทยานเพื่อพักทานข้าว

 

และบ่ายก้อออกไป Longsui Gorge ต่อ  ต้องลงลิฟต์ลงมาแล้วเดินต่อ  ระหว่างเดินได้รู็จักกับเฮียคนนึงมากับทัวร์  เป็นคนเจียงซู  เลยมีเพื่อนเดินกับคุยจนเกือบลืมมองวิว  ต้องหาโอกาสแยกตัว  เป็นทางเดิน+บันไดลงไปยาวไกล  เป็นบรรยากาศสวยและสงบกว่า Three Natural Bridges   ที่หงุดหงิดคือคนจีนชอบตะโกนให้เสียงมันสะท้อน  ตะโกนตลอดทางกว่า 4 กิโลเมตร

บ่ายสามก้อกลับมาที่แรก  อุทยาน  เลยกลับโรงแรมไปพัก เพื่อรอรอบเย็นไปดู Wulong impressive  คีย์เคยดูโชว์ Lijiang impressive แล้วประทับใจมาก  คาดหวังกับโชว์นี้ไว้สุดๆ   ช่วงรอเวลาเลยเดินเล่นเห็นคนเล่นกับอาเซเชี่ยนตัวหใญ่อยู่มุมสงบ  คีย์ก้อมองแล้วเดินผ่าน  ปรากฎหมาเห็น  เห่า  แล้ววิ่งห่อมาเลย  หยุดครึ่งทางมองหน้าเรา  เราก้อทำเป็นไม่สนใจ  เจ้าของก้อตะโกนเรียกให้กลับ  เราก้อนึกว่ามันจะกลับปรากฎวิ่งต่อเข้ามาใกล้ห่างกันแค่ครึ่งวาหยุด  มองหน้า  ตัวใหญ่มาก  เราหวั่นใจมากมาย  ยืนเฉยๆ  เจ้าของคราวนี้เงียบละ  วินาทีกดดันสุดๆ  เลยตะโกนถามเจ้าของว่ากัดไหม peak สุดคือเจ้าของไม่ตอบ!!! ตอนนั้นทำใจไว้เลย คิดภาพเป็นฉากๆโดนกระโดดกัดล้ม หน้าพัง ไม่มีคนช่วย  สุดท้ายมันก้อวิ่งกลับไปหาเจ้าของ  โอ่ยยยย เครียดมากมาย สงสัยมันคงเห็นความกลัวในสายตา

ตอนค่ำเหมารถไปพร้อมคนจีนเพื่อไปเวทีการแสดงอยู่ในหุบเขา  เหมา 20 yuan นั่งประมาณ 12 คนได้  จุดนี้ถ้าใครไปช่วง spring , summer ,autumn ของให้จัดเต็ม เน้น จัดเต็ม ! อุปกรณ์กันหนาว   ยิ่งตอนเดินผ่านอุโมงค์เข้าไปเวทีนี่ช่องผ่านลมเลย

การแสดงเกี่ยวกับวิถีชีวิตโบราณของชาวอู่หลง  วิถีความยากลำบากในการลากเรือ  แสงสีเสียงอลังการมาก มากซะจน เอ่ม นี่พี่เล่นจัดเต็มกลางอุทยานแห่งชาติขนาดนี้  สัตว์ป่าจะเหลืออะไร  ก้อได้คำถามตอนไปเดินว่าเจอนกแค่ 1 ตัวค่ะ  เค้าไม่ได้ให้ความสำคัญกับสัตว์เลยจริงๆ  เนื้อหาการแสดงเราว่าเฉยๆ  แต่แสงสีนี่ต้องให้เต็มค่ะ

วันรุ่งขึ้นกลับไปเมืองอู่หลงเพื่อต่อรถไฟไป Youyang เพื่อไปหมู่บ้านโบราณ Gongtan ต่อ  ตอนนั่งรถลงเขานี่หมอกเต็มไปหมด ตื่นตา จนถึงสถานีแล้วต้องไปสถานีรถไฟนี่ไปยังไงล่ะเนี่ย  พยายามเรียกแท็กซี่  ไม่มีเลย แต่มีมอไซค์รับจ้างมาง้อแทน  backpack ก้อใหญ่จะไปยังไง  เค้าบอกได้  เลยโอเคนั่งไป 10 นาทีแค่ 4 yuan!!!

ขึ้นรถไฟคราวนี้ไม่ได้มีบทสทนากับใครเนื่องจากเหม็นบุหรี่มาก  แต่ก้อยังมีตัวละครลับในบทต่อไป ฮี่ๆ

เมื่อถึง Youyang ตามบล็อกบอกว่าต้องนั่งบัสไปสถานีใหญ่เพื่อต่อบัสเล็กไป Gongtan แต่ปรากฎท่ารถตรงข้ามสถานีรถไฟมีเขียนไปกงทานเลย เย้ๆ วันละ 2 รอบ  รถเต็มเมื่อไหร่ออก

เราขึ้นไปคนแรกไปนั่งรอ  ซักพักเจอคุณลุงที่เป็นตัวละครลับนั่งรถไฟมาจาก Wulong ด้วยกันเห็นเค้าแต่ไม่ได้คุย  ขึ้นมา  เลยทักและพูดคุยกันไป  ลุงก้อมาคนเดียว  คุยไปรอคนเต็มไป  สรุปรอไป 2.5 ชั่วโมง  คนถึงเต็ม  ระหว่างทางมีอุบัติเหตุรถพ่วง   ติดไปอีกชั่วโมง  จริง 2-3 ชม.ควรถึงกลายเป็น 5 ชั่วโมง T-T

บัสจอดตรงทางเข้าหมู่บ้าน  แต่ไม่มีบ้านโบราณซักหลัง  อ้าว ไหนอ่ะ  แถมคนบนเต็มก้อเป็นคนท้องที่หมด แยกย้ายกลับบ้าน  แต่… คุณลุงเดินตามป้ายลงไปทางแม่น้ำ  เลยวิ่งตามไปเกาะติดว่าโอเคเราจะไปด้วยกัน  หาที่พักด้วยกัน  โชคดีที่คุณลุงพอดูข้อมูลที่พักมาบ้างเดินเจอเค้าบอกว่าเค้าเห็นคนพูดถึง  ที่พักที่นี่มีแต่ guest house บ้านเก่าแบบเชียงคาน  เลยพักที่เดียวกับลุง  แถมโดนเสียงนินทาว่าสองคนนี้เป็นอะไรกัน  จะนอนห้องเดียวกันไหม  ง่ะ คุณลุงเค้า 73 แล้ว  เฮ้อ…

 

IMG_2264
ที่พักค่ะ วิวมันสุดคำบรรยายสวยมาก ห้องสะอาด 80 yuan

เย็นนั้นเลยชวนลุงป่ะไปกินข้าวกันจะได้สั่งเยอะๆได้  ซื้อเบียร์ไปฝากลุงด้วย  ลุงบอกไม่เอาลุงดื่มแต่ไวน์แดง dry   อู้ว์ ตามภาษาไวน์ไม่ทัน  อาหารที่หมู่บ้านนี้ชื่อดังคือ ก้อนเต้าหู้ ก๋วยเตี๋ยวถั่วเขียว เหล้าข้าว จัดมาค่ะ  เหล้าข้าว 2 แก้วไม่ฟินต่อด้วยเหล้าดองจีน แล้วเบียร์อีก 2 ขวด ถึงจบได้   ตีสามตื่นมาเวียนโลกหมุนสุดๆ

วันนี้ทั้งวันใช้เวลาชิวๆช้าๆค่อยๆเดินรอบหมู่บ้าน  บ่ายๆไปแฮ้งเอ้าเม้ากับเจ้าของ guesthouse เป็นชนเผ่าถู่เจียกับเหมียว (ไทยคงเป็นแม้วไม่ก้อม้ง) ซึ่งเค้าชอบดูละครไทยมาก ชอบอะไรไทยๆ คุยไปมาถูกคอ เค้าเลยจะเลี้ยงบัวลอยเหล้าข้าว (บัวลอย+เหล้าข้าว+น้ำผึ้ง)  พาไปดูกล่องเลี้ยงผึ้งเค้าเลี้ยงเอง 4 กล่อง เก็บน้ำผึ้งเอง   มานั่งนวดแป้ง ปั้นบัวลอยจนต้มสุก  แล้วเทเหล้าข้าวที่มีเม็ดข้าวผสม  ใส่น้ำผึ้ง  อร่อยยยยยย   ชอบเหล้าข้าวเค้ามาก สุดๆๆ

 

 

วันถัดมาขึ้นเรือชมแม่น้ำ乌江画廊 ก่อนขึ้นเรือเจออาอี๋เลยเค้าไปพูดคุย  และถือว่าเป็นโชคเพราะทั้งเรือใหญ่ 2 ชั้นมีแค่คีย์และกลุ่มทัวร์ของอาอี๋ ประมาณ 40 คนที่ขึ้นเท่านั้น  อาอี๋เลยพานั่งกับแก๊งเค้า  อาอี๋เกษียณแล้วเป็นคนเจียงซู  รวบแก้งเพื่อนสมัยเรียนเพื่อออกเที่ยว  เหมาทัวร์ส่วนตัว  ชมวิวไป  กินขนมที่อาอี๋และเพื่อนเตรียมกันมาอย่างเปรม  บรรยากาศดีเย็นสบาย  ชมหมู่บ้านถู่เจีย  นั่งรวม 2.5 ชั่วโมง  ถึงสถานีปลายทาง 万足 เมือง Fengshui ข้ามถนนไปฝั่งตรงข้ามเพื่อโบกบัสเล็กไปลงในเมือง และแท็กซี่ต่อไปสถานีรถบัสกลับฉงชิ่ง

 

 

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s